1. การรับและจัดเก็บผลิตภัณฑ์
ทำไมการรับและจัดเก็บจึงสำคัญ?
ขั้นตอนแรกของการจัดการผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์คือการรับและจัดเก็บให้ถูกต้อง เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความไว ต่อสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิและแสง หากจัดเก็บไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนการรับผลิตภัณฑ์
- ตรวจสอบเอกสารการขึ้นทะเบียน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย และมีเอกสารมาตรฐาน เช่น CE Mark, ISO 13485, KGMP
- ตรวจสอบฉลาก: ตรวจสอบว่าฉลากมีข้อมูลครบถ้วน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ เลขที่ อย. (เช่น 67-2-1-2-0008000) หมายเลข Lot/Batch วันผลิต วันหมดอายุ
- เก็บเอกสาร Certificates: ขอสำเนา Certificates จากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และเก็บไว้ในแฟ้มของคลินิก
การจัดเก็บผลิตภัณฑ์ HA Filler ที่ถูกต้อง
การจัดเก็บผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไปแล้ว:
- อุณหภูมิ: ส่วนใหญ่ต้องเก็บที่อุณหภูมิ 2-8°C (ตู้เย็น) หรือตามที่ผู้ผลิตกำหนด
- แสง: เก็บในที่มืดหรือห่างจากแสงแดด เนื่องจากแสงอาจทำให้สารออกฤทธิ์เสื่อมสภาพ
- ระบบ FIFO/FEFO: ใช้ระบบ First In First Out (FIFO) หรือ First Expire First Out (FEFO) เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้สินค้าหมดอายุ
- บันทึกอุณหภูมิ: บันทึกอุณหภูมิของตู้เก็บรักษารายวัน และติดตั้งสัญญาณเตือนเมื่ออุณหภูมิเกินขอบเขต
✓ ข้อปฏิบัติที่ดี
สร้างแบบฟอร์มบันทึกการรับสินค้า และแบบฟอร์มตรวจสอบอุณหภูมิรายวัน เพื่อให้มีเอกสารประกอบการตรวจสอบในภายหลัง
2. วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ EXQUILLER ของแท้และการติดตาม (Traceability)
ความสำคัญของการตรวจสอบฟิลเลอร์ EXQUILLER ของแท้
ตลาดปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ปลอม (Counterfeit Products) จำนวนมาก การตรวจสอบฟิลเลอร์ของแท้จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ EXQUILLER ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงาน อย. ของประเทศไทย
วิธีการตรวจสอบฟิลเลอร์ EXQUILLER ของแท้ด้วย GS1 Barcode
- เปรียบเทียบเลขล็อต: เปรียบเทียบเลขล็อตบนกล่องกับเลขล็อตบนหลอด ต้องตรงกันทุกครั้ง
- สแกน GS1 Barcode: ใช้แอปพลิเคชัน GS1 Barcode Scanner เพื่ออ่านข้อมูล GS1 บนกล่องและหลอด
- ตรวจสอบข้อมูล GS1: ตรวจสอบค่าต่อไปนี้:
- 01 - GTIN (Global Trade Item Number)
- 10 - BATCH/LOT NUMBER
- 11 - PRODUCTION DATE
- 17 - USE BY DATE
- 21 - SERIAL NUMBER
ผลิตภัณฑ์ EXQUILLER ที่ได้รับการขึ้นทะเบียน
EXQUILLER FINE
อย. 67-2-1-2-0008000
ความหนาแน่นปานกลาง สำหรับเติมเต็มและปรับรูปร่าง
EXQUILLER DEEP
อย. 67-2-1-2-0008001
ความหนาแน่นสูง สำหรับเติมเต็มเนื้อเยื่อลึก
EXQUILLER SUB-Q
อย. 66-2-1-2-0016988
ความหนาแน่นต่ำ สำหรับเติมเต็มเนื้อเยื่อตื้น
EXQUILLER IMPLANT
อย. 67-2-1-2-0008037
ความหนาแน่นสูงสุด สำหรับเติมเต็มเนื้อเยื่อลึกมาก
📱 Android: GS1 Barcode Scanner
ดาวน์โหลดจาก Google Play Store แล้วใช้เพื่อสแกนและตรวจสอบข้อมูล GS1 ทั้งหมด สำหรับตรวจสอบฟิลเลอร์ EXQUILLER ของแท้
🍎 iOS: GS1 Japan Scan
ดาวน์โหลดจาก App Store แล้วใช้เพื่อสแกนและตรวจสอบข้อมูล GS1 ทั้งหมด สำหรับตรวจสอบฟิลเลอร์ EXQUILLER ของแท้
บันทึกผลการตรวจสอบ
บันทึกผลการสแกน GS1 ทั้งหมด พร้อมแนบรูปหน้าจอ และบันทึกข้อมูลต่อไปนี้ในระบบ EMR/Inventory:
- ชื่อผู้ป่วย
- บริเวณที่ฉีด
- วันที่ฉีด
- ชื่อผู้ฉีด
- หมายเลข Lot
- วันหมดอายุ
⚠️ ข้อควรระวัง
ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สามารถสแกน GS1 ได้ หรือข้อมูล GS1 ไม่ตรงกับข้อมูลบนกล่อง เนื่องจากอาจเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม
3. การประเมินความเสี่ยงผู้ป่วย
ทำไมต้องประเมินความเสี่ยง?
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะสมในการรับการฉีดฟิลเลอร์ การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย
ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง
- ซักประวัติสุขภาพ: ถามเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัว แพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ และประวัติการผ่าตัด
- ทบทวนหัตถการเดิม: ถามเกี่ยวกับประวัติการฉีดฟิลเลอร์ครั้งก่อน และอาการไม่พึงประสงค์ที่เคยเกิดขึ้น
- ตรวจสภาพผิว: ตรวจสอบสภาพผิวของผู้ป่วย เลี่ยงการฉีดบริเวณที่มีแผล อักเสบ หรือติดเชื้อ
- ระบุข้อห้าม: ระบุข้อห้ามสัมพัทธ์ (Relative Contraindications) และข้อห้ามเด็ดขาด (Absolute Contraindications)
ข้อห้ามเด็ดขาด
- ตั้งครรภ์
- ให้นมบุตร
- ภูมิแพ้ต่อส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
- โรคติดเชื้อที่บริเวณที่จะฉีด
- โรคเลือดไม่แข็งตัว (Coagulopathy)
💡 เคล็ดลับ
สร้างแบบฟอร์มประเมินความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งหมด เพื่อให้ไม่มีข้อมูลที่หลุดหาย
4. ความยินยอมและเอกสาร
ความสำคัญของ Informed Consent
Informed Consent (ความยินยอมที่รู้เท่าทันต่อข้อมูล) เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงว่าผู้ป่วยได้รับข้อมูลครบถ้วน และตกลงที่จะรับการฉีดฟิลเลอร์
ข้อมูลที่ต้องรวมใน Informed Consent
- ชื่อและประเภทของผลิตภัณฑ์
- รุ่นของผลิตภัณฑ์
- เลขที่ Lot
- บริเวณที่จะฉีด
- ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
- แผนการติดตาม
เอกสารอื่น ๆ ที่ต้องเก็บ
- ภาพถ่ายก่อนการฉีด (Pre-operative Photos): ถ่ายภาพหลายมุมด้วยแสงคงที่ เพื่อใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์
- Aftercare Card: ให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูล Aftercare ได้ตลอด
- สำเนา Informed Consent: เก็บสำเนาที่มีลายเซ็นของผู้ป่วยและแพทย์
✓ ข้อปฏิบัติที่ดี
ใช้ QR Code ในการให้ Aftercare Card แก่ผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
5. การเตรียมห้องหัตถการ
ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อ
ห้องหัตถการที่สะอาดและปลอดเชื้อช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของการฉีดฟิลเลอร์
ขั้นตอนการเตรียมห้อง
- ทำความสะอาดพื้นผิว: ทำความสะอาดพื้นผิวทั้งหมดด้วยสารฆ่าเชื้อก่อนการฉีด
- เตรียมอุปกรณ์: เตรียมเข็ม คานูลา ไซริงค์ ผ้าก๊อซ และสารทำความสะอาด
- วางถาดอุปกรณ์: วางอุปกรณ์แยกตามขั้นตอน เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อน
- ตรวจชุดฉุกเฉิน: ตรวจให้แน่ใจว่าชุดฉุกเฉินพร้อมใช้ รวมถึง Hyaluronidase
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- เข็มฉีด (Needle) ขนาด 25-27G
- คานูลา (Cannula) ขนาด 25-27G
- ไซริงค์ (Syringe) ขนาด 1 mL
- ผ้าก๊อซปลอดเชื้อ
- สารฆ่าเชื้อ (Chlorhexidine หรือ Povidone-iodine)
- Hyaluronidase (สำหรับกรณีฉุกเฉิน)
6. เทคนิคการฉีด HA Filler ที่ปลอดภัย: วิธี Start Low Go Slow
หลักการพื้นฐาน: Start Low, Go Slow ในการฉีด HA Filler
หลักการสำคัญในการฉีด HA filler คือ "Start Low, Go Slow" ซึ่งหมายความว่า ควรเริ่มด้วยปริมาณน้อย ฉีดช้า ๆ และประเมินผลลัพธ์ก่อนที่จะเพิ่มปริมาณ หลักการนี้ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย
ขั้นตอนการฉีด HA Filler ที่ปลอดภัย
- วางแผนตำแหน่ง: วางแผนตำแหน่งการฉีดตามกายวิภาค หลีกเลี่ยงหลอดเลือดสำคัญ
- พิจารณาใช้คานูลา: การใช้คานูลา (ปลายทู่) ช่วยลดความเสี่ยงของการเจาะหลอดเลือด
- ฉีดช้า: ฉีดผลิตภัณฑ์ช้า ๆ คุมแรงดัน เลี่ยง over-correction
- บันทึกข้อมูล: บันทึกตำแหน่ง ปริมาณโดยประมาณ และการรับรู้อาการของผู้ป่วย
เทคนิคการฉีด HA Filler
- Linear Threading: ฉีดเป็นเส้นตรง ใช้สำหรับเส้นริ้ว
- Fanning: ฉีดแบบพัด ใช้สำหรับบริเวณกว้าง
- Bolus: ฉีดแบบก้อน ใช้สำหรับการเพิ่มปริมาณ
⚠️ ข้อควรระวัง
ห้ามฉีดเร็ว หรือใช้แรงดันมาก เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเจาะหลอดเลือด หรือการแพร่กระจายของผลิตภัณฑ์นอกบริเวณที่ต้องการ
7. การจัดการภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
แม้ว่าจะปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ภาวะแทรกซ้อนก็อาจเกิดขึ้นได้ การเตรียมการและความรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ภาวะแทรกซ้อนทั่วไป
- บวม (Edema): เกิดขึ้นเป็นปกติหลังการฉีด ลดลงเองในไม่กี่วัน
- หนังเลือด (Bruising): เกิดจากการเจาะหลอดเลือดเล็ก ๆ สามารถลดได้ด้วยการประคบเย็น
- อุดตันหลอดเลือด (Vascular Occlusion): ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ต้องใช้ Hyaluronidase ทันที
- ติดเชื้อ (Infection): อาจเกิดขึ้นหลังการฉีด ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
การเตรียมการสำหรับภาวะแทรกซ้อน
- Hyaluronidase: เตรียมไว้พร้อมใช้ เนื่องจากสามารถละลายฟิลเลอร์ได้ในกรณีฉุกเฉิน
- Action Flow: สร้างแผนการจัดการสำหรับภาวะแทรกซ้อนแต่ละประเภท
- ติดต่อฉุกเฉิน: มีสายด่วนฉุกเฉินในทีม และช่องทางติดต่อผู้ป่วยเมื่อเกิดปัญหา
💡 ข้อเสนอแนะ
ซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉิน (Simulation) เป็นระยะ เพื่อให้ทีมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริง
8. การดูแลหลังฉีด (Aftercare)
ความสำคัญของ Aftercare
การดูแลหลังการฉีดนั้นสำคัญเท่ากับการฉีดเอง เนื่องจากช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย
คำแนะนำ Aftercare ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- เลี่ยงความร้อน: เลี่ยงการอาบน้ำร้อน ซาวนา สระว่ายน้ำ
- เลี่ยงนวด/กด: ห้ามนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด
- เลี่ยงออกกำลังหนัก: เลี่ยงการออกกำลังกายที่หนัก เนื่องจากอาจเพิ่มการไหลของเลือด
- ประคบเย็น: ประคบเย็นเบา ๆ หากมีบวม
คำแนะนำระยะยาว
- กันแดด: ใช้กันแดด SPF 30 ขึ้นไป ทุกวัน
- สกินแคร์อ่อนโยน: ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง
- นัดติดตาม: นัดติดตามเพื่อประเมินผลลัพธ์และปรับแต่งหากจำเป็น
✓ ข้อปฏิบัติที่ดี
ให้ Aftercare Card หรือ QR Code ให้ผู้ป่วย เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูล Aftercare ได้ตลอด
9. การจัดการของเสีย
ความสำคัญของการจัดการของเสีย
การจัดการของเสียอย่างถูกต้องเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย
ขั้นตอนการจัดการของเสีย
- ทิ้งของมีคม: ทิ้งเข็ม คานูลา และวัสดุมีคมอื่น ๆ ในภาชนะ Sharps Container
- บันทึกการกำจัด: บันทึกการกำจัดของเสียตามกฎหมาย
- ทำความสะอาด: ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวหลังการฉีด
อบรมบุคลากร
อบรมบุคลากรเกี่ยวกับการล้างมือ การใช้ PPE (Personal Protective Equipment) และการจัดการของเสีย
10. เวชระเบียนและการควบคุมคุณภาพ
ความสำคัญของเวชระเบียน
เวชระเบียนที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นหลักฐานที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติตามมาตรฐานและการป้องกันตัวในกรณีที่มีข้อพิพาท
ข้อมูลที่ต้องบันทึกในเวชระเบียน
- ชื่อผู้ป่วย
- บริเวณที่ฉีด
- ปริมาณผลิตภัณฑ์
- ชื่อผู้ฉีด
- หมายเลข Lot
- วันหมดอายุ
- ผลลัพธ์และการรับรู้อาการของผู้ป่วย
- ภาพถ่ายก่อนและหลังการฉีด
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
- Internal Audit: ตรวจสอบเอกสารครบถ้วน GS1 อุณหภูมิ และเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์
- อัปเดต Certificates: อัปเดตหน้า Certificates ให้เป็นปัจจุบัน
- Case Review: ทบทวนเคสเป็นระยะ เพื่อเรียนรู้และปรับปรุง
11. การฝึกอบรมทีม
ความสำคัญของการฝึกอบรม
ทีมที่มีความรู้และทักษะที่ดีช่วยให้การปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยเป็นไปได้ดีขึ้น
หัวข้อการฝึกอบรม
- กายวิภาค: ศึกษาเกี่ยวกับกายวิภาคของใบหน้าและบริเวณที่ฉีด
- เทคนิคการฉีด: ฝึกเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง
- Aftercare: ศึกษาเกี่ยวกับการดูแลหลังการฉีด
- การใช้ Hyaluronidase: ฝึกการใช้ Hyaluronidase ในกรณีฉุกเฉิน
- การสื่อสาร: ฝึกการสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
ซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉิน
ซ้อมสถานการณ์ฉุกเฉิน (Simulation) เป็นระยะ เพื่อให้ทีมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จริง
12. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
บทสรุป
ความปลอดภัยในการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์นั้นต้องการการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การรับและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ การตรวจสอบของแท้ การประเมินความเสี่ยงผู้ป่วย การฉีดด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง การจัดการภาวะแทรกซ้อน และการดูแลหลังการฉีด
ข้อเสนอแนะสำหรับคลินิก
- สร้างนโยบายและขั้นตอน: สร้างนโยบายและขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการใช้โปรแกรมฟิลเลอร์
- ฝึกอบรมบุคลากร: ฝึกอบรมบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
- ตรวจสอบและประเมิน: ตรวจสอบและประเมินการปฏิบัติตามขั้นตอนเป็นระยะ
- อัปเดตข้อมูล: อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
- สื่อสารกับผู้ป่วย: สื่อสารกับผู้ป่วยอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้างเกินจริง
✓ ข้อปฏิบัติที่ดี
ใช้ข้อมูลเดือนธันวาคม 2025 เป็นอ้างอิง เนื่องจากมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา


